ผู้เขียน หัวข้อ: ตอบ จุดเด่นป่าก๋อย 100 และ ป่าก๋อยพัฒนา ตี๋น้อย  (อ่าน 5988 ครั้ง)

ป.พล ฟาร์ม

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 128
    • ดูรายละเอียด

จุดเด่นป่าก๋อย 100 และป่าก๋อยพัฒนา มีจุดเด่นต่างกันอย่างไร ให้เข้าไปอ่านที่ หน้า ความเป็นมา ป.พล ฟาร์ม นะครับ เพราะได้อธิบายไว้แล้ว หรือ จะโทร.มาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมก็ได้นะครับ

ป.พล ฟาร์ม

  • Global Moderator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 128
    • ดูรายละเอียด
Re: ตอบ จุดเด่นป่าก๋อย 100 และ ป่าก๋อยพัฒนา ตี๋น้อย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 14 กรกฎาคม 2011, 10:31:02 PM »
 อ่านไก่ได้  ดูไก่เป็น จึงเรียกว่า  เซียนไก่ชน
 
       
หากจะพูดถึงสายพันธุ์ไก่ชนไทย ไม่ว่าจะเป็นเหล่าป่าก๋อย ไก่ตราด  ไก่พนัส  ไก่ใต้ ก็ล้วนแล้วแต่มีความเก่ง ในเรื่องของศิลปะการต่อสู้ด้วยกันทั้งนั้น  เพียงแต่ว่าเราจะเข้าถึงรังไก่เก่งหรือไม่ก็เท่านั้นเอง   ซึ่งในที่นี้ผมขออนุญาตนำเรียน ลักษณะเชิงชนของไก่ชนไทย  พอสังเขป ดังนี้ครับ

ไก่ป่าก๋อยแห่งเมืองล้านนา
1.   ป่าก๋อยหัวล่าง ลักษณะเชิงชน เข้าไก่เร็ว มุด  มัด กัดบ่าตีตัว  กัดใต้ปีกตีชายโครง  มัดปีกตีชายโครง หรือทุบหลัง   
2.   ป่าก๋อยหัวบน ลักษณะเชิงชน เข้าไก่เร็ว  จะเป็นไก่ตีแผลหนา คือ กัดบ่าตีตัว  มัดปีกตีชายโครง  ( มุด ว่างขา มีบางแต่จะไม่มาก ไม่เหมือน ป่าก๋อยหัวล่าง)
วิเคราะห์ ป่าก๋อยหัวล่าง
       เหมาะที่จะชนกับไก่พม่าที่มีเชิง  หลุด ลอด  ถอด  ถอย  หรือ  ม้าล่อสั้น  ชิ่งซ้ายขาว  ฯลฯ แต่ไม่เหมาะที่จะชนกับไก่เชิงตราด  เชิงพนัส หรือ ป่าก๋อยหัวล่าง หรือ หัวบน ป่าก๋อยพัฒนา ( ก๋อย +ตราด+ง่อน)  (ก๋อย+พนัส+ง่อน)  (ป่าก๋อย+ตราด)  (ป่าก๋อย+พนัส)  (ป่าก๋อย +ใต้) 
วิเคราะห์ ป่าก๋อยหัวบน
          เหมาะที่จะชนกับไก่พม่าในทุกสายพันธุ์  โดยเฉพาะ เชิงถอยไม่เข้าเกี้ยว  เปิดปีกตบ(พม่าแบบนี้เก่งครับ) ต้องป่าก๋อยหัวบนเท่านั้นถึงจะสู้ได้  แต่จะแพ้หรือชนะ ก็ต้องอยู่ที่น้ำเลี้ยงล่ะครับแต่ไม่เหมาะที่จะชนกับไก่เชิงตราด เชิงพนัส หรือ ป่าก๋อยหัวล่าง หรือ หัวบน  ป่าก๋อยพัฒนา  ( ก๋อย +ตราด+ง่อน)  (ก๋อย+พนัส+ง่อน)  (ป่าก๋อย+ตราด)  (ป่าก๋อย+พนัส)  (ป่าก๋อย +ใต้) 


ไก่เชิงตราดแห่งเมืองท่าพริก
       สำหรับไก่ตราดเท่าที่ผมได้นำมาพัฒนาสายพันธุ์  จะมีลักษณะเชิงชน คือ ล็อก  มุด  มัด  กัดบ่าตีตัว   มัดปีกกัดอัดชายโครง หรือ ทุบหลัง   
วิเคราะห์ไก่ตราด
       ไก่ตราดเป็นไก่เชิง ที่เน้นในเรื่อง การบังคับคู่ต่อสู้ด้วยการ ใช้คอล็อก  หรือ กดคู่ต่อสู้  ซึ่งลักษณะเชิงชนดังกล่าวถ้าหาก เจอคู่ต่อสู้ที่เป็นไก่พม่าถอยไม่เข้าเกี้ยว  ล็อคหลุด พม่าตบ  จะเดินเข้าปีก  เจอพม่าเชิงเปิดปีกตบ ก็เข้าปีกไม่ได้  ซึ่งถ้าเป็นไก่ตราด โดยที่ไม่ใช่ลูกผสมกับป่าก๋อย ก็ไม่ควรชนกับไก่พม่า ที่มีเชิงชน ดังต่อไปนี้
1.   ไม่เข้าเกี้ยว  แข้งหน้าจัด  เปิดปีกตบ  (ไก่ลักษณะเชิงแบบนี้ ต้องเจอกับ ป่าก๋อยหัวบน และ ป่าก๋อยพัฒนา(ก๋อย+ใต้) เท่านั้นครับถึงจะมัน
2.   โยกล่าง  หัวสปริง  ขยับเตะ แข้งหน้าจัด (ไก่ลักษณะเชิงแบบนี้ ต้องเจอกับ ป่าก๋อยหัวล่าง ป่าก๋อยหัวบน และ ป่าก๋อยพัฒนา  (ก๋อย +ตราด+ง่อน)  (ก๋อย+ใต้) เท่านั้นครับถึงจะมัน
3.   ถอยตี  ไม่เข้าเกี้ยว  โยกบน ถอดเก่ง แข้งหน้าจัด(ไก่ลักษณะเชิงแบบนี้ ต้องเจอกับ ป่าก๋อยหัวล่าง ป่าก๋อยหัวบน และ ป่าก๋อยพัฒนา (ก๋อย +ตราด+ง่อน)  (ก๋อย+ใต้) เท่านั้นครับถึงจะมัน
และที่บอกว่า ถ้าไก่ตราดยังไม่ได้ผสมกับป่าก๋อย ก็ไม่ควรชนกับไก่พม่าก็ด้วยหุตผลที่ว่า  ไก่เชิงตราดนั้นถ้าจะพูดถึงความเร็วยังไม่เร็วเท่ากับไก่ป่าก๋อย แต่ถ้าพูดถึงเชิงไก่เชิงตราดจะมีลักษณะเชิงชนที่โดดเด่นอยู่แล้ว หาก เราเพิ่มความเร็วเข้าไปอีกโดยการผสมกับป่าก๋อย ก็จะทำให้สามารถต่อสู้กับไก่พม่าในชั้นเชิงดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น    เพราะถ้าหากเชิงไก่พม่าที่กล่าวมาข้างต้นไม่เร็วจริงน้ำเลี้ยงไม่ดี   จะเอาชนะไก่เชิงตราดได้ก็ไม่เช่นเรื่องง่ายนะครับ  โดยส่วนตัวผมแล้ว ผมมองว่าไก่เชิงตราดคือต้นแบบของไก่เก่ง ในเรื่องการพัฒนาสายพันธุ์ไก่ชนไทย  ที่เราควรศึกษา ในเรื่องศิลปะเชิงชนของสายพันธุ์ไก่เชิงตราด  กล่าวคือ ชั้นเชิง ล็อค   มุด  มัด  กัดบ่าตีตัว  เข้าปีกกัดอัดชายโครง ทุบหลังอาชีพ      ไก่เชิงลักษณะเช่นนี้ ถ้ามีความเร็วสูงในการเข้าหาคู่ต่อสู้  ผมว่าไก่ชนทุกสายพันธุ์ จะเอาชนะคงไม่ใช้เรื่องง่ายอย่างแน่นนอนครับ


ไก่พนัสแห่งเมืองพระรถ
ไก่พนัสหรือไก่เมืองพระรถ  เชิงดั้งเดิมจริงๆ จะเป็นไก่  สองคอ  สองปีก  (ล็อค  มุด  มัด จะมีน้อย)   ถ้าจะว่าไปแล้วไก่พนัสเป็นไก่เชิงบน ใช้คอบังคับคู่ต่อสู้ไม่ให้ขึ้นมาตี (เอี้ยวคอ กดขี่ บังคับตี) เชิงแบบนี้ ป่าก๋อยควรออกห่าง  จะต่างกับไก่ตราดตรงที่ ไก่ตราดจะเป็นได้ทั้งเชิงล่างและบน คือ ล็อค  มุด  มัด  สองคอ  สองปีก)

 
ไก่ใต้แห่งเมืองทักษิณ
ไก่ใต้หรือไก่แห่งเมืองทักษิณ จากประสบการณ์ที่ได้ศึกษาเชิงชน หรือ ศิลปะการต่อสู้ของไก่ใต้นั้น จะมีลักษณะเชิงชนที่คล้ายกับไก่ป่าก๋อยมากครับ กล่าวคือ เวลาเข้าหาคู่ต่อสู่จะไม่หาหัวซึ่งก็เป็นเชิงคล้ายกับป่าก๋อยครับไม่หาหัวเหมือนกัน  ซึ่งไก่ใต้ก็มีลักษณะเชิงชนที่มีทั้ง เชิงไก่ใต้หัวบน  และ ไก่ใต้หัวล่าง  ดังนี้
   1.  ไก่ใต้หัวบนจะมีลักษณะเชิงชน คล้ายกับป่าก๋อยหัวบน กล่าวคือ มีเชิงชน เข้าไก่เร็ว จะเป็นไก่ตีแผลหนา คือ กัดบ่าตีตัว  มัดปีกตีชายโครง  ( มุด  ว่างขา มีบางแต่จะไม่มาก  ไม่เหมือน ไก่ใต้หัวล่าง) แต่สิ่งที่ต่างกับป่าก๋อยหัวบน คือ การออกอาวุธเดือยไก่ใต้น่าจะออกได้ดีกว่า  แต่ถ้าพูดถึงความเร็วก๋อยน่าจะเร็วกว่า   แต่สิ่งที่ผมเคยเห็นซึ่งเป็นข้อที่โดดเด่นของไก่ใต้ก็คือ สามารถตีไก่หัวต่ำได้ในขณะที่คู่ต่อสู้มุดเข้าว่างขาแล้ว หรือ กำลังจะมุดเข้าว่างขา ไก่ใต้หัวบนมันจะกัดบ่าหรือหลังแล้วกระโดดขึ้นตีตัวหรือทุบหลังทันที่ได้จังหวะ ลักษณะการตีแบบนี้ ป่าก๋อยไม่มี ไก่ตราดไม่มี  ไก่พนัสไม่มี หรือถ้าจะมีก็น้อยมาก   ซึ่งหากไก่ใต้ที่มีลักษณะเชิงชนลักษณะเช่นนี้หากพัฒนาสายพันธุ์กับป่าก๋อยแล้วล่ะก็จะสามารถ ชนกับ พม่าได้ทุกสายพันธุ์  หากชนแข้ง ไม่เหมาะที่จะชนกับ ไก่เชิงตราด   พนัส    ก๋อยพัฒนา (ก๋อย+ตราด+ง่อน)  (ตราด+ก๋อย)  (พนัส+ก๋อย) เพราะสายเชิงพวกนี้  จะบังคับด้วยการเอี้ยวคอ  กด  ล็อก ขี่ ตี) แล้วแต่กรณี แต่ถ้าชนเดือยไก่ใต้ชนได้หมดทุกเชิง ครับ
   2.  ไก่ใต้หัวล่างจะมีลักษณะเชิงชน คล้ายกับป่าก๋อยหัวล่าง กล่าวคือ  ลักษณะเชิงชน เข้าไก่เร็ว มุด  มัด กัดบ่าตีตัว  กัดใต้ปีกตีชายโครง  มัดปีกตีชายโครง หรือ ทุบหลัง   แต่สิ่งที่ต่างกับป่าก๋อยหัวล่าง คือ การออกอาวุธเดือยไก่ใต้น่าจะออกได้ดีกว่า  แต่ถ้าพูดถึงความเร็วก๋อยน่าจะเร็วกว่า     ซึ่งหากไก่ใต้ที่มีลักษณะเชิงชนลักษณะเช่นนี้หากพัฒนาสายพันธุ์กับป่าก๋อยแล้วล่ะก็จะสามารถ ชนกับ พม่าได้ทุกสายพันธุ์ หากชนแข้ง  ไม่เหมาะที่จะชนกับ ไก่เชิงตราด   พนัส    ก๋อยพัฒนา (ก๋อย+ตราด+ง่อน)  (ตราด+ก๋อย)  (พนัส+ก๋อย) เพราะสายเชิงพวกนี้  จะบังคับด้วยการเอี้ยวคอ  กด  ล็อก ขี่ ตี) แล้วแต่กรณี
แต่ถ้าชนเดือยไก่ใต้ชนได้หมดทุกเชิง ครับ
สุดท้ายนี้ผมต้องเรียนพี่น้องชาวไก่ชนนะครับว่า การวิเคราะห์ก็คือการคาดเดาถึงความน่าจะเป็นเพียงเท่านั้นเอง  มิได้หมายความว่าจะวิเคราะห์ถูกเสมอไป  เพราะถ้าหากเมื่อไก่ชนลงสนามสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็อยู่ที่ความสามารถของตัวไก่เอง  และ มือน้ำ  เป็นสำคัญ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 สิงหาคม 2011, 10:28:10 AM โดย ป.พล ฟาร์ม »

 

ติดต่อ ป.พล